Alto LIVE Series อะนาล็อกมิกเซอร์ นำเข้าจากอเมริกา

Alto Live Series

Alto LIVE Series มีให้เลือกตั้งแต่ 8-24 แชนเนล มาพร้อมไมค์ปรีคุณภาพเยี่ยม บวกด้วยชุด EQ/คอมเพรสเซอร์ และเอฟเฟ็กต์จาก Alesis 100 พรีเซต

Alto Professional เป็นแบรนด์เครื่องเสียงสัญชาติอเมริกา ซึ่งทางบริษัทนัฐพงษ์ฯ เป็นผู้นำเข้าแต่ผู้เดียว สำหรับสินค้า LIVE Series เป็นมิกเซอร์ที่ถูกออกแบบมาสำหรับงานไลฟ์ซาวด์ โดยในซีรี่ส์นี้จะมีด้วยกันทั้งหมดจำนวน 4 รุ่น สามารถแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ประกอบด้วยรุ่นที่มี 2 Bus คือ LIVE802 กับ LIVE1202 และรุ่นที่มี 4 Bus คือ LIVE1604 กับ LIVE2404 สำหรับจุดเด่นมิกเซอร์ Alto LIVE Series มีดังนี้

Alto Live Series

ไมค์ปรี DNATM คุณภาพระดับอาชีพ 

Live Series ถือเป็นมิกเซอร์คุณภาพเกรดระดับมืออาชีพ ไมค์ปรีคุณภาพเยี่ยม มีสิทธิบัตรชื่อว่า DNATM ให้เสียงรบกวนต่ำ เพื่อให้ผู้ฟังได้สัมผัสกับคุณภาพเสียงที่สะอาดคมชัดยิ่งขึ้น และยังมีเฮดรูมสูงอีกด้วย ตัวมิกเซอร์ออกแบบรูปทรงสวยงาม มีฟังก์ชันพื้นฐานให้ครบถ้วน เหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการเครื่องมือที่มีความสมบูรณ์แบบ บนตัวมิกเซอร์มีภาค DSP ออนบอร์ด เพื่อตอบสนองการทำงานไลฟ์ซาวด์เกือบทุกรูปแบบ มีชุดอินพุตมาตรฐาน XLR บาลานซ์ พร้อมชุดปรับแต่งโทนเสียง EQ ที่มีอยู่ทุกแชนเนล มีชุดปรับแต่งเพิ่มเติมผ่าน Aux สามารถเชื่อมต่อกับเอฟเฟ็กต์ภายนอกได้

นอกจากนี้ยังมีชุดกราฟิก EQ จำนวน 9 แบนด์ไว้ปรับความถี่เอาต์พุตรวม ช่องแจ็คหูฟังที่สามารถควบคุมเสียงได้อิสระ เอื้อต่อการเช็คสัญญาณเสียงในขณะก่อนการโชว์จะเริ่ม หรือระหว่างการโชว์นั้นๆ ได้ มิกเซอร์ Live Series มาพร้อมสไลด์เฟดเดอร์ขนาด 60 mm. พร้อมมิเตอร์ LED ช่วยให้การควบคุมเสียงได้แม่นยำและตอบสนองเพื่อการมิกซ์ที่แม่นยำ พร้อมกันนี้ยังมีจุดเชื่อมต่อให้เลือกใช้งานอย่างหลากหลาย นั่นจึงทำให้มิกเซอร์ LIVE Series พร้อมตอบโจทย์งานโชว์เกือบทุกแบบ

อะนาล็อกคอมเพรสเซอร์คุณภาพสูง

LIVE Series มีชุดอะนาล็อกคอมเพรสเซอร์ที่ให้คุณภาพเสียงเหนือกว่า ให้เสียงแม่นยำสูง ปรับโทนเสียงได้ดังใจ ให้เสียงดังหนักแน่น การใช้คอมเพรสเซอร์จะช่วยให้ควบคุมไดนามิกของเสียงง่ายขึ้น ควบคุมโทนเสียงได้อย่างที่ต้องการ จึงมั่นใจได้ว่าไดนามิกของโทนเสียงเหล่านั้นจะมีความชัดเจนยิ่งขึ้น

ออดิโออินเทอร์เฟซ USB 24-bit

Alto LIVE ทุกรุ่นจะมีออดิโออินเทอร์เฟซ เชื่อมต่อผ่านพอร์ต USB AUDIO IN/OUT

มิกเซอร์ซีรี่ส์นี้ มาพร้อมออดิโออินเทอร์เฟซแบบ USB สามารถนำสัญญาณเสียงเข้าไปบันทึกบนคอมพิวเตอร์ Mac/PC โดยการเชื่อมต่อผ่านพอร์ต USB ด้วยสาย USB เส้นเดียว ด้วยความละเอียดสูงถึง 24-bit ทำให้การบันทึกการแสดงสด การซ้อมวงดนตรี การแสดงละคร งานพูด งานแสดงสดอื่นๆ สามารถบันทึกลงในคอมพิวเตอร์ของเรา และแก้ไขการมิกซ์ภายหลัง เพื่อนำไปใช้ประกอบภาพวิดีโอ หรือนำเฉพาะแทร็กเสียงไปใช้งานในรูปแบบต่างๆ ได้ นอกจากนี้ยังสามารถเล่นไฟล์เพลงจากคอมพิวเตอร์ของเราผ่านมิกเซอร์ได้

100 DSP เอฟเฟ็กต์จาก Alesis

มิกเซอร์ LIVE Series มีเอฟเฟ็กต์คุณภาพสูงจาก Alesis ให้นับ 100 โปรแกรม ความละเอียดระดับ 24-bit ผ่านชิป DSP สามารถลดการพึ่งพาเอฟเฟ็กต์ภายนอกได้มาก ไม่ว่าจะเป็นเอฟเฟ็กต์จำลองความก้องของห้องอย่างเช่นรีเวิร์บ ดีเลย์ แฟลงเจอร์ คอรัสและอื่นๆ จากห้องขนาดเล็กไปจนถึงฮอลล์ขนาดใหญ่

รหัสสี LED ของ Alto Live Series

มิกเซอร์ยังแสดงรหัสสี เพื่อช่วยให้การมิกซ์ในสถานที่ที่มีแสงน้อยๆ โดยมีการกำหนดรหัสสีต่างๆ เพื่อช่วยให้เอ็นจิเนียร์ปรับแต่งเสียงได้อย่างรวดเร็วแม่นยำ ซึ่งประกอบด้วยสีน้ำเงิน เขียว แดง เหลืองและขาว สีจะระบุให้เห็นเมื่อมีแสงน้อย สัญญาณไฟ LED จะโชว์ระดับเอาต์พุตให้เห็น จากต่ำสุดไปจนถึงจุดสูงสุด และไฟทุกเม็ดล้วนแฝงพลังเสียงว่าทุกสิ่งที่เรากำลังได้ยินนั้นสัญญาณเสียงอยู่ในระดับใด  

LIVE802

มิกเซอร์รุ่นนี้จะมีทั้งหมด 5 อินพุตแบบ XLR สำหรับต่อกับไมโครโฟน และยังมีในส่วนของอินพุตแบบ Line จำนวน 8 แชนเนล โดยในจำนวนทั้งหมดนี้ ถูกแบ่งออกเป็น 4 แชนเนล Line Mono และ 2 Line Stereo (แชนเนล 5/6 กับ 7/8)

ฝั่งอินพุต

ในแต่ละแชนเนลที่เป็นอินพุตโมโนนั้น จะมีช่องสำหรับ Insert ให้ด้วย ถัดไปเป็นคอมเพรสเซอร์ ซึ่งเป็นฟังก์ชันพื้นฐานของมิกเซอร์ทุกรุ่นในซีรี่ส์นี้ รุ่นนี้ให้มาจำนวน 2 แชนเนล นั่นคือแชนเนลที่ 1 และ 2 การใช้งานเบื้องต้นนั้นอยู่ที่ผู้ใช้ต้องการว่าจะลิมิตความดังไว้ที่เท่าไหร่

อีกฟังก์ชันคือ HPF (High Pass Filter) สำหรับฟังก์ชันนี้มีจำนวนทั้งหมด 6 แชนเนล จากแชนเนลที่ 1-6 ซึ่งแชนเนล 5/6 นั้นสามารถเชื่อมต่อกับไมโครโฟนได้ จุดตัดจะอยู่ที่ความถี่ 75Hz  กรณีเราต้องการตัดย่านเสียงต่ำออก เช่น พวกเสียงรบกวนจากลม เราสามารถกดปุ่ม HPF ได้เลย

สำหรับฟังก์ชันการปรับแต่งโทนเสียง ส่วนแรกของมิกเซอร์คือภาค EQ ซึ่งมีจำนวน 3 แบนด์ความถี่ นั่นคือ High, Mid, Low และกราฟิก EQ อีกจำนวน 9 แบนด์ความถี่ สามารถปรับความถี่ได้ตั้้งแต่ย่านความถี่ 63Hz, 125Hz, 250Hz, 500Hz, 1kHz, 2kHz, 4kHz, 8kHz และ 16kHz แต่ละความถี่ปรับลดได้ +/-15dB ผู้ใช้สามารถเลือกที่จะใช้หรือไม่ใช้งานกราฟิก EQ ก็ได้ ด้านข้างจะมีสวิตซ์กดสั่งงาน

ฟังก์ชัน Bus หรือ Aux Send มีจำนวน 2 ชุด ทำหน้าที่เป็น Aux มอนิเตอร์ และ Aux เอฟเฟ็กต์ ตัวมิกเซอร์รุ่น LIVE802 มีเอฟเฟ็กต์ดิจิตอลมาให้ 100 พรีเซตโปรแกรม แบ่งหมวดหมู่ออกเป็น 10 ชุดโปรแกรม ซึ่งแยกเป็นประเภทกลุ่มใช้งาน เช่นกลุ่ม Delay, Delay+Verb, Tremolo, Plate, Chorus, Vocal, Rotary, Small Room, Large+Verb, Large Hall โดยเอ็นจิ้นเอฟเฟ็กต์เป็นของ Alesis ซึ่งเป็นเอฟเฟ็กต์ที่ได้รับในวงการทั่วโลก

ในแต่ละแชนเนลมีฟังก์ชัน Mute สามารถ Mute เสียงของแชนเนลนั้นๆ ได้ ช่วยให้เราปิดเสียงเฉพาะแชนเนลที่เราไม่ใช้งานได้ โดยไม่จำเป็นต้องลดสไลด์เฟดเดอร์ลงมา

นอกจากนี้ยังมีตัวปรับ PAN โดยทุกๆ แชนเนลจะมีฟังก์ชันนี้ ช่วยให้ควบคุมสัญญาณที่ป้อนเข้ามาให้ดังฝั่งซ้าย/ขวาหรือตรงกลางสัดส่วนเท่าไหร่

อินพุต/เอาต์พุตของ LIVE1604

ฝั่งเอาต์พุต

บนมิกเซอร์เราจะพบก้านสไลด์เฟดเดอร์ที่ชื่อ DFX RTN (RETURN) ตัวนี้มีหน้าที่เพิ่มลดปริมาณของเอฟเฟ็กต์จาก DSP หรืออีกนัยหนึ่งก็คือมาสเตอร์เอฟเฟ็กต์นั่นเอง ถัดไป AUX RTN ทำหน้าที่เป็นตัวควบคุมสัญญาณจากเอฟเฟ็กต์ภายนอก ซึ่งการต่อเอฟเฟ็กต์นอกนั้น เราอาจต่อผ่านช่อง AUX 1 หรือ AUX 2 ก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรูปการต่อใช้งาน ช่อง AUX RTN จะใช้เพิ่มลดสัญญาณจากตัวมิกเซอร์ออกไปยังเอฟเฟ็กต์นอกมากน้อยเท่าไหร่

ถัดมาไปคือ MONITOR มีไว้เพิ่มลดระดับความดังของมอนิเตอร์ทั้งหมด ปกติมิกเซอร์บางรุ่นจะมี Effect Return, Aux Return หรือ Monitor มักจะมีโวลุ่มเป็นลูกบิดหมุน แต่เฉพาะรุ่น LIVE จะพบว่าทาง Alto ออกแบบเป็นสไลด์เฟดเดอร์ ซึ่งจะใช้งานง่ายกว่า และสุดท้ายจะเป็นสไลด์เฟดเดอร์ MAIN ใช้ควบคุมเสียงภาพรวมทั้งหมดของทุกแชนเนล

เอาต์พุตของ LIVE802 และ LIVE1202 จะคล้ายกัน

ในส่วนอื่นๆ จะเป็นคอนเน็กเตอร์หรือจุดเชื่อมต่อสัญญาณแบบต่างๆ เช่นจุดต่อ AUX Send จะเป็นแบบ TRS ขนาด 1/4 นิ้ว มีจำนวน 2 ชุดคือ AUX 1, 2 และยังมีช่องเสียบหูฟัง ถัดมาเป็น Alternate Return และช่องต่อก้านไฟส่องมิกซ์แบบ USB ช่องนี้ไม่สามารถต่อเล่นไฟล์เพลง MP3 ผ่านแฟลชไดร์ฟได้

อินพุตอีกส่วนจะเป็นช่อง USB ซึ่งมิกเซอร์ LIVE Series จะมีออดิโออินเทอร์เฟซหรือมีซาวด์การ์ดในตัว โดยการเชื่อมต่อใช้งานร่วมกับคอมพิวเตอร์ เป็นระบบ Plug & Play ไม่ต้องติดตั้งไดรเวอร์ สามารถใช้งานฟังก์ชันบันทึกหรือสั่งเล่นเพลงผ่านโปรแกรมคอมพิวเตอร์ได้

LIVE1202

มิกเซอร์รุ่น LIVE1202 นั้นจะมีฟังก์ชันโดยรวมเหมือนกับรุ่น LIVE802 แต่สิ่งที่ต่างกันคือจำนวนของแชนเนล ในรุ่น LIVE1202 นั้นจะมี 7 แชนเนลไมโครโฟน โดยแบ่งเป็นแชนเนลที่ 1-4 จะเป็นปลั๊กแบบไมค์โมโน และแชนเนล Line MONO จากแชนเนลที่ 5-12 จะเป็นแชนเนลสเตริโอ กรณีเราต้องการใช้ไมค์ผ่านช่องแชนเนลสเตริโอเหล่านี้จะไม่สามารถใช้งานได้ แต่หากต้องการใช้สเตริโอ เราสามารถเชื่อมต่อได้ 4 ชุด

ฟังก์ชันโดยรวมทั้งหมดตามที่กล่าวไปแล้วว่าเหมือนกับรุ่น LIVE802 ซึ่งตัว LIVE1202 อยู่ในระดับใกล้เคียงกัน สามารถใช้งานได้เอนกประสงค์ ฟังก์ชันไม่เยอะ ปรับแต่งได้สะดวก

เปรียบเทียบคุณสมบัติ LIVE802 และ LIVE1202

SPECIFICATIONSLIVE802 LIVE1202
Mic/Line Input 8 12
XLR Inputs 5 7
Aux Send 2 2
Digital Effects 100 100
Compressors 1-2 ch. 1-4 ch.
EQ 3-band 3-band
Graphic EQ 9-band 9-band
Audio Interface 24-bit (USB)24-bit (USB)
Headphone 1 ( TRS 1/4″)1 ( TRS 1/4″)

LIVE1604

มิกเซอร์รุ่น LIVE1604 จัดเป็นกลุ่มมิกเซอร์ที่มีขนาด 4 BUS ซึ่งมีด้วยกันจำนวน 2 รุ่น คือ LIVE1604 และ LIVE2404 ซึ่งทั้ง 2 รุ่นนี้ต่างกันที่จำนวนช่องอินพุต โดยมีจำนวนอินพุตแชนเนล 16 ช่องและ 24 ช่องตามลำดับ เหมาะใช้ในงานขนาดกลางไปหาขนาดใหญ่ แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นระดับคอนเสิร์ตใหญ่ๆ

สำหรับฟังก์ชันการใช้งานจะมีมากกว่ารุ่น 8 และ 12 แชนเนล เนื่องจากถูกออกแบบมาเพื่อรองรับงานที่ใหญ่กว่า จึงให้ฟังก์ชันมาเพิ่มขึ้น ไล่ตั้งแต่พาราเมตริก EQ ของแต่ละแชนเนล มีทั้งหมด 3 โทน แต่โทนเสียงกลางนั้น ผู้ใช้สามารถกวาด (Sweep) หาความถี่ที่ต้องการได้ และในส่วนของคอมเพรสเซอร์ จะให้มาทั้งหมด 6 แชนเนล คือ 1-6 มิกเซอร์รุ่นนี้สามารถเชื่อมต่อกับไมโครโฟนพร้อมกันได้ทั้งหมด 10 ช่อง ซึ่งแยกเป็นแชนเนล MONO ทั้งหมด 8 ช่อง และ 9/10, 11/12 เป็นชุดแชนเนลสเตริโอ

ฟังก์ชัน AUX มีจำนวน 4 BUS ในจำนวน BUS ทั้งหมด สามารถแบ่งออกเป็น 2 ชุด AUX 1, AUX 2, AUX 3 และ AUX 4 ในชุด AUX 1 และ 2 นั้น เราสามารถเลือกได้ว่าจะให้เป็น Pre/Post กรณีเลือกเป็น Pre ผลที่ได้ AUX 1 และ 2 จะกลายเป็น Pre ทั้งคู่ หรือกรณีเลือกเป็น Post ผลที่ได้ AUX 1 และ 2 จะเป็น Post ทั้งคู่ ส่วน AUX 3, 4 จะเป็นถูกกำหนดให้เป็น Post ตายตัวไว้ (Pre = สัญญาณจะไม่เปลี่ยนตามเฟดเดอร์, Post = สัญญาณจะเปลี่ยนตามเฟดเดอร์) แต่สามารถควบคุมสัญญาณของแต่ละแชนเนลได้

LIVE1604 มี SUB GROUP ที่เขียวไว้ 1-2-3-4 ผู้ใช้สามารถเลือก SUB 1, 2 ไปออกฝั่ง L+R, L อย่างเดียวหรือ R อย่างเดียวก็ได้ เพียงแค่กดสวิตซ์เลือก สำหรับเอฟเฟ็กต์ที่มากับตัวมิกเซอร์เป็นเอ็นจิ้น DSP ชุดเดียวกับรุ่นอื่นๆ (Alesis 100 Preset) โดยรวมฟังก์ชันพื้นฐานคล้ายกันหมด

ด้านหลังมิกเซอร์ จะมีฟังก์ชัน Phantom Power พร้อมช่องออดิโออินเทอร์เฟซผ่านพอร์ต USB IN/OUT รุ่นนี้จะมีสวิตซ์เลือกโหมดการใช้งาน 2 ตัวเลือกคือ RECORD ใช้กำหนดเพื่อเลือกชุดสัญญาณจากแหล่งใดระหว่าง MAIN Mix หรือจาก Sub Group 1, 2 ทำให้ผู้ใช้เลือกบันทึกเฉพาะแชนเนลได้ หากต้องการบันทึกแชนเนลใดให้กด SUB 1, 2 เฉพาะแชนเนลนั้นๆ ตัวเลือก PLAYBACK เราสามารถเลือกสัญญาณเสียงที่ออกจากคอมพิวเตอร์ไปออกแชนเนล 15/16 ของมิกเซอร์ ตรงนี้สามารถปรับแต่งโทนเสียงได้ หรือจะให้ออกช่อง MAIN Mix เลยก็ได้

ถัดไปอีกชุดเป็น DFX OUT, AUX RETURN มีจำนวน 4 ชุด และ MAIN INSERT, LINE และ MAIN MIX L/R เหล่านี้จะมีช่องที่เป็นสำหรับแจ็คตัวผู้ และช่องต่อ XLR

LIVE2404

สำหรับมิกเซอร์ LIVE2404 ฟังก์ชันโดยรวมจะคล้ายกับ LIVE1604 แต่จะต่างกันเพียงแค่จำนวนแชนเนลใช้งานเท่านั้น โดยจำนวนของรุ่น LIVE2404 จะมีจำนวนแชนเนลมากกว่า คือมีทั้งหมด 24 แชนเนล เฉพาะแชนเนล 1-8 เท่านั้นที่มีคอมเพรสเซอร์ในตัว ส่วนแชนเนลที่ 9-24 จะไม่มีฟังก์ชันดังกล่าว อย่างไรก็ดีมิกเซอร์รุ่นนี้สามารถเชื่อมต่อกับไมโครโฟนได้สูงสุด 18 แชนเนล รองรับสเตริโอจำนวนมากถึง 4 ชุด

สำหรับฟังก์ชันอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น SUB GROUP, กราฟิก EQ, AUX SEND จะให้มาเหมือนรุ่น LIVE1604 ส่วนภาคออดิโออินเทอร์เฟซนั้น สัญญาณจะไปออกที่แชนเนล 23/24

เปรียบเทียบคุณสมบัติ LIVE1604 และ LIVE2404

SPECIFICATIONS LIVE1604LIVE2404
Mic/Line Input 16 24
XLR Inputs 10 18
Aux Send 4 4
Digital Effects 100 100
Compressors 1-6 ch. 1-8 ch.
EQ3-band 3-band
Graphic EQ9-band 9-band
Audio Interface 24-bit (USB) 24-bit (USB)
Phantom Power
Headphone 1 ( TRS 1/4″) 1 ( TRS 1/4″)

สรุป

Alto LIVE Series ถือเป็นอะนาล็อกมิกเซอร์คุณภาพดีอีกซีรี่ส์หนึ่ง มีให้เลือก 4 รุ่น คือ 8, 12, 16, 24 แชนเนล ทุกรุ่นใช้ไมค์ปรีเดียวกัน ดังนั้นเสียงจึงเหมือนกัน มีเอฟเฟ็กต์ DSP ของ Alesis ให้จำนวนมากถึง 100 พรีเซตโปรแกรม รวมทั้งมีออดิโออินเทอร์เฟซแบบ USB ในตัวอีกด้วย

หากต้องการมิกเซอร์อะนาล็อกขนาดเล็กเพื่อใช้งานทั่วไป แนะนำรุ่น LIVE802 หรือ LIVE1202 ซึ่ง LIVE802 นั้นเป็นมิกเซอร์ที่เหมาะกับงานระดับเล็กไปหางานระดับกลางๆ ไม่ถึงกับงานขนาดใหญ่ เช่น ในฟิตเนส ในห้องสตูดิโอที่การทำ Live Podcast งานเล่นสดวงดนตรีขนาดเล็กๆ ในร้านอาหาร ภัตตาคาร หรือจะเป็นงานอีเว้นต์ก็ได้

หากต้องการมิกเซอร์เพื่อตอบโจทย์งานระดับกลางไปหางานขนาดใหญ่ แนะนำรุ่น LIVE1604 และ LIVE2404 

สำหรับมิกเซอร์ LIVE Series มีจุดเด่นคือใช้งานง่าย ขนาดเล็ก กะทัดรัด พกพาสะดวก คุณภาพเสียงดี เสียงแหลมใส เสียงกลางคมชัด เบสพอดีไม่น้อยไม่มากไป ให้โทนเสียงมีเอกลักษณ์สไตล์ทางยุโรป/อเมริกา

Alto Live Series

บทความที่เกี่ยวข้อง :

Alto TX Series ตู้ลำโพง 2 ทาง และตู้ซับวูฟเฟอร์ กำลัง 900W

Alto ZMX100FX มิกเซอร์อะนาล็อก

สามารถสอบถาม ติดตามข่าวสาร และข้อมูลได้ที่ :

สนใจสั่งซื้อสินค้า ผ่านเว็ปไซต์
www.mynpe.com/
[email protected] : http://bit.ly/LineMyNPEThailand
Facebook : http://m.me/mynpethailand
Twitter : twitter.com/mynpethailand
Instagram : instagram.com/mynpethailand
Youtube : www.youtube.com/user/mynpe

Tel : 02 225 0094 (Banmoh Branch)
Map : www.mynpe.com/mynpe-banmoh
Tel : 02 992 7379 (Zeer Rangsit Branch)
Map : www.mynpe.com/mynpe-zeer
Tel : 02 889 5498 (Salaya Branch)
Map : www.mynpe.com/mynpe-salaya

Read Previous

NPE CSP Series ตู้ลำโพง 2 ทาง แบบพาสซีฟ 500W

Read Next

NPE PDR Series เพาเวอร์เบรกเกอร์ 32A/250V