fbpx
  • 09/23/2020

dB Mark DP26+ และ DP48+ ดิจิตอลครอสโอเวอร์

dB Mark DP26+: ดิจิตอลครอสโอเวอร์ 2 อินพุต 6 เอาต์พุต มีภาคคอนเวอเตอร์ 24-bit/96kHz ภาค DSP ประมวลผล 32-bit มี 30 user-program มีพาราเมทริก EQ 6 แบนด์ความถี่

dB Mark DP48+: ดิจิตอลครอสโอเวอร์ 4 อินพุต 8 เอาต์พุต ภาคฮาร์ดแวร์ภายในเหมือน DP26+ ทั้ง 2 รุ่นรองรับ Dynamic EQ, AGC เชื่อมต่อใช้กับคอมพิวเตอร์ PC ได้ถึง 6 รูปแบบ

RT60

ก่อนจะมาเป็น dB Mark DP26+/DP48+ ทาง dB Mark ได้ผลิตครอสโอเวอร์ชื่อรุ่น DP26 ออกสู่ตลาด จากนั้นได้มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง โดยรุ่นนี้ยังถือเป็นรุ่นใหญ่กว่า DP24 ในรุ่นนี้จะมีจำนวน 2 input /4 output แล้วค่อยขยับขึ้นมาเป็นรุ่น DP26, DP28 จริงๆ มีรุ่น DP36, DP46 และ DP48 รวมแล้วประมาณ 6 รุ่น ปัจจุบันทางนัฐพงษ์ฯ นำเข้ามาจำหน่ายเฉพาะบางรุ่นเท่านั้น

โดยมีจำหน่ายได้แก่รุ่น DP26, DP28 และ DP48 ซึ่งได้รับความนิยมในเมืองไทยเป็นอย่างดี รวมถึง XCA Series ที่เป็นแบบนี้ เหตุผลสำคัญน่าจะเป็นเพราะอุปกรณ์เหมาะกับการใช้งานลงตัวพอดี สำหรับ DP26 นั้นได้มีการพัฒนามาเรื่อยๆ จนกระทั่งมาถึงรุ่น DP26 Mark IV และรุ่นล่าสุดคือ DP26+

dp26-xca48 front

ภาพรวมอุปกรณ์

หากพิจารณารูปลักษณ์ของรุ่นก่อนหน้า อาจจะรู้สึกว่ายังไม่โปรเท่าไหร่ แต่นั่นก็ยังได้รับความนิยมพอสมควร สำหรับอุปกรณ์เหล่านี้มีชื่อทางการคือ Digital Speaker Processor ทำหน้าที่เป็นตัวจัดการสัญญาณเสียงของตู้ลำโพงในรูปดิจิตอล ภายใต้ฟังก์ชันที่โรงงานให้มา ซึ่งเพียงพอกับความต้องการของ System Engineer

อุปกรณ์ประเภทนี้สามารถประยุกต์ใช้งานได้หลากหลาย ทั้งงานติดตั้งถาวร งานบรอดคาสต์ เช่นเมื่อมีการบันทึกภาพ ซึ่งภาพและเสียงมันไม่ได้มาพร้อมๆ กัน เมื่อเสียงมีการ Delay เขาจึงใช้อุปกรณ์โพรเซสเซอร์นี้ไปจัดการสัญญาณเพื่อให้เสียงมันมาพร้อมกับภาพ ผลคือจะทำให้ปากของผู้พูดขยับตามเสียงที่ได้ยิน

UTWR1 อุปกรณ์เสริมใช้เชื่อมต่อ DP26+/DP48+ เพื่อควบคุมผ่านระบบไวร์เลส


งานบางอย่างที่ต้องการทำเป็นเมทริกซ์ ทำเป็นดิสทริบิวเตอร์ได้ จะเห็นว่ามันไม่ได้ใช้ทำครอสโอเวอร์อย่างเดียว จะใช้รวมสัญญาณเสียงแล้วจ่ายออกไปเป็นช่อง 1-2-3-4 เอาต์พุต กล่าวคือสามารถ Sum สัญญาณได้ โดยปกติแล้วสัญญาณเสียงแชนแนลซ้าย/ขวานั้น หากนำมา Sum มักจะเกิดหักล้างกันทางเฟส

แต่อุปกรณ์ตัวนี้สามารถรวมสัญญาณซ้ายและขวาให้เป็นสัญญาณโมโนโดยที่ไม่เกิดการหักล้างกันทางเฟส เพื่อให้ออกเอาต์พุตเดียวได้ ซึ่งจะได้สัญญาณที่ดังขึ้น อย่างไรก็ดี ผู้ใช้ส่วนใหญ่มักจะนำอุปกรณ์นี้ไปใช้งานเป็นครอสโอเวอร์ หรือคอนโทรลเลอร์ จะเห็นว่าอุปกรณ์ dB Mark เป็นมากกว่านั้น

ไล่เรียงย้อนแต่ละรุ่น

หากเล่าย้อนกลับไปในรุ่นเล็กสุดนั้น ตัว DP24 เป็นรุ่นเล็กสุด สเป็คเครื่องเหมาะใช้สำหรับระบบ 2 ทาง ขยับสูงขึ้นเป็น DP26 ใช้สำหรับระบบ 3 ทาง แบ่งเป็น Low-Mid-High สูงอีกนิดเป็น DP28 ใช้สำหรับระบบ 4 ทาง หรือจะแยกทำ Delay อีก 2 เอาต์พุตหรือ Center ก็ได้

ขยับขึ้นมาในรุ่นใหญ่สุด DP48 ตัวอย่างบางงานมีมิกเซอร์ 2 ตัว อาจจะเป็นในงานสัมมนา หรือมิกซ์ที่มีไว้ประจำร้านหนึ่งตัว เมื่อศิลปินมาถึงมีมิกเซอร์เพิ่มมาอีกตัวหนึ่ง แล้วจั๊มสัญญาณเข้าดิจิตอลครอสฯตัวนี้ โดยการแพทซ์ทุกอย่างให้ออกลำโพงชุดเดียวกัน โดยไม่จำเป็นต้องนำสัญญาณเอาต์พุตของตัวที่นำมาเพิ่มนั้น มาเข้าที่มิกเซอร์ตัวรองหรือหลัก โดยอินพุตแยกอิสระ แต่เอาต์พุตออกเป็นชุดเดียว

dp26+
dp26plus rear
dB Mark DP26+ ครอสโอเวอร์ 2 In/6 Out


บางงานอาจทำในลักษณะ 2 อินพุตแรก จัดเป็น Mid-High และ 2 อินพุตชุดสองทำเป็นซับวูเฟอร์ เมื่อทำการ Alignment ระบบปรับแต่งเรียบร้อยจากบ้าน เมื่อถึงหน้างานไม่จำเป็นต้องทำ Delay ฝั่งเอาต์พุต แต่เราทำฝั่งอินพุตแทนระหว่าง Low และ High เพราะตู้มีการทำ Delay ไว้แล้ว หากมีการปรับแต่งใหม่จะเกิดการผิดเพี้ยนได้ เราก็แค่ดึง Delay เฉพาะซับกับ High แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับผู้ออกแบบระบบเสียงว่าจะทำอย่างไร

ลักษณะการเชื่อมต่อ

DP26 Mark IV ตัวเดิมนั้น ฟังก์ชันบางอย่างอาจจะยังไม่ครบถ้วนกับความต้องการของผู้ใช้งาน ทางผู้ผลิตจึงมีการพัฒนารุ่นใหม่ออกมา ตัว DP26+ มีปรับปรุงลูกเล่นให้แตกต่างจากรุ่น Mark IV สิ่งแรกคืออุปกรณ์เสริมช่วยให้สามารถเชื่อมต่อ DP26+ ได้จำนวนหลายๆ เครื่องเป็นระบบเดียว ซึ่งในรุ่นก่อนหน้าฟังก์ชันยังไม่สมบูรณ์นัก ส่วนสเป็คโดยรวมของเครื่องส่วนใหญ่ยังเหมือนเดิม ภายใต้ซอฟต์แวร์เดียวกัน

เมื่อเชื่อมต่อ DP26+ ระบบซอฟต์แวร์จะมองเห็นจำนวนอินพุต 2 ช่องและเอาต์พุตจำนวน 6 ช่อง และ DP48+ บนซอฟต์แวร์ระบบจะมองเห็นอินพุต 4 ช่องและเอาต์พุตจำนวน 8 ช่อง ฟังก์ชันบนซอฟต์แวร์บริหารจัดการในแบบเดียวกันทั้ง DP26+ และ DP48+ ก็ถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจ อีกอย่างยังสามารถควบคุมอุปกรณ์ผ่านระบบ LAN ได้ โดยใช้อุปกรณ์เสริมที่ชื่อ UTWR1 ด้วยการเชื่อมต่อ DP26+/DP48+ เข้ากับ UTW1 ด้วยสาย USB 3.0 แล้วต่อสาย LAN ไปเข้าที่ไวร์เลสเราท์เตอร์ แล้วนำ PC เชื่อมต่อผ่านไวร์เลส

dB Mark DP48+ ครอสโอเวอร์ 4 In/8 Out


จากคู่มือในรุ่นใหม่นี้สามารถเชื่อมต่อผ่านระบบ LAN ได้ถึง 6 รูปแบบเลยทีเดียว นอกจากนี้ ในรุ่นเก่าฟังก์ชันฝั่งอินพุตแทบจะไม่มีอะไร จะมีเฉพาะ Noise Gate, Delay แต่ในรุ่น DP26+ ฟังก์ชัน EQ สามารถเลือกโหมดได้ จัดการ Delay ได้ดีขึ้น รวมถึงยังมีฟังก์ชัน DEQ หรือ Dynamic EQ ให้ 2 แบนด์ และฟังก์ชัน AGC (Automatic Gain & Compression) และสามารถกำหนดให้ซ่อน/แสดงกราฟ Phase ในขณะที่ปรับแต่ง EQ ทำให้ผู้ใช้รู้ว่าในขณะปรับแต่งความถี่ต่างๆ นั้น Phase มีการ Shift ในลักษณะไหน

สิ่งที่มีการเปลี่ยนแปลงทั้ง DP26+ และ DP48+ คือหน้าตาของอุปกรณ์ เหมือนทำหน้ากากเดียวแต่ใช้ผลิตได้ทั้ง 2 Series แถมยังใช้ซอฟต์แวร์จัดการตัวเดียวกัน ซึ่ง DP48 รุ่นก่อนหน้ามีฟังก์ชันเยอะกว่า แต่ทว่ารุ่นใหม่มีความยุ่งยากน้อยลง นั่นย่อมจะทำให้ใช้งานง่ายขึ้น

db26-rear
output

รุ่นใหม่ยังสามารถเชื่อมต่อกับพอร์ต USB 2.0 และ 3.0 แต่ในรุ่นเก่าจะรองรับเฉพาะ USB 2.0 เท่านั้น ด้านหลังมีพอร์ต RS485 ไว้ใช้งานในระยะไกล และช่อง TCP/IP ใช้ลิงค์หลายเครื่องเข้าเป็นระบบเดียวกัน ผ่านระบบ IP Address เชื่อมต่อได้สูงสุด 250 อุปกรณ์ สามารถควบคุมระยะไกลผ่านพอร์ต RS485 เป็นระยะทาง 1500 เมตร

ทั้ง DP26+ และ DP48+ มีภาคคอนเวอเตอร์ 24-bit/96kHz ภาค DSP ประมวลผล 32-bit มี 30 user-program มีพาราเมทริก EQ 6 แบนด์ความถี่ สามารถปรับ Gain +/-20dB อีกทั้งยังเลือกโหมดพารามิเตอร์เป็น Hi-shelf, Lo-shelf, APF 1st, APF 2nd ได้ (APF ; All Pass Filter) ตอบสนองความถี่ตั้งแต่ 19.7Hz-20kHz ปรับ Delay ได้ตั้งแต่ 0-1000ms มีฟิลเตอร์ IIR ทั้งแบบ Bessel, Butterw (Butterworth) และ Lin-Ril (Linkwitz–Riley) ตั้งแต่ 12 dB/oct ถึง 48dB/oct. ให้ใช้งาน

ซอฟต์แวร์ DSP ของ dB Mark DP26+, DP48+ ฟังก์ชันเหมือนกันทุกอย่าง ต่างกันเฉพาะจำนวนอินพุตและเอาต์พุตเท่านั้น


สรุป

หากใครกำลังมองหาครอสโอเวอร์ดีๆ สักตัว ราคาไม่แพง dB Mark DP26+ และ DP48+ ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือก เพราะมีคุณภาพเสียงยอมรับได้ สามารถใช้งานได้ทั้งระดับมือใหม่ไปจนถึงระดับอาชีพ สามารถจัดการระบบผ่านซอฟต์แวร์บนคอมพิวเตอร์ PC ออกแบบให้ใช้งานง่าย มีรูปแบบการเชื่อมต่อควบคุมจัดการให้เลือกหลายแบบ

ทั้ง DP26+, DP48+ มีคุณสมบัติทางฮาร์ดแวร์ไม่ต่างจากรุ่นเก่า แต่ได้เพิ่มฟังก์ชันของซอฟต์แวร์ให้จัดการเสียงได้มากขึ้น ภายใต้การเปลี่ยนหน้าตาอุปกรณ์ใหม่ และออกแบบให้ทำงานบนซอฟแวร์เวอร์ชันเดียวกันได้ สำหรับเนื้อหาการใช้งานอุปกรณ์ในเชิงลึกนั้น โปรดรอติดตามในโอกาสต่อไป

26-48plus-end

บทความที่เกี่ยวข้อง :

เจาะแก่นการใช้งาน DP26 Mark IV
ตอนที่ 1
ตอนที่ 2 (มีคลิป)
ตอนจบ

สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ :
บริษัท นัฐพงษ์ เซลส์แอนด์เซอร์วิส จำกัด

สำนักงานใหญ่บ้านหม้อ โทร 0-2225-0094
สาขาเซียร์รังสิต โทร 0-2992-7379
สาขาศาลายา โทร 0-2889-5496

หากสนใจสั่งซื้อ dB Mark DP26+, DP48+ สามารถแวะเยี่ยมชมได้ทางเว็ปไซต์ www.mynpe.com และผ่านทาง Fanpage ของบริษัทได้ที่ www.facebook.com/mynpethailand หรือจะเข้ามา Follow twitter, Instagram, [email protected] ของบริษัทก็ได้เช่นกันที่ @myNPEThailand ตามช่องทางที่สะดวก

Read Previous

Yamaha จับมือ L-Acoustics พัฒนาเทคโนโลยี

Read Next

Alto TX2 Series ลำโพง Active คุณภาพ