MXi.6FX มิกเซอร์อะนาล็อก 6 แชนแนลจาก Topp Pro

MXI.6FX

MXi.6FX ขนาด 6 แชนแนล ต่อแบบ XLR/TS มี EQ และดิจิตอลเอฟเฟ็กต์ 24-bit 100 โปรแกรม

มิกเซอร์อะนาล็อก MXi.6FX เป็นมิกเซอร์ที่เปิดตัวใหม่ล่าสุด มาพร้อมภาคดิจิตอลเอฟเฟ็กต์ มีจำนวน 6 แชนแนล พร้อมพาราเมติก EQ ปรับแต่งความถี่เสียงได้ครบทั้งย่าน High, Mid, Low แต่ละแชนแนลควบคุมได้อิสระ

สำหรับสินค้าแบรนด์ Topp Pro ไม่ได้มีแค่มิกเซอร์ แต่ยังมีสินค้าอื่นๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นลำโพงแบบพาสซีฟ หรือแอคตีฟ ที่มีรูปทรงลักษณะตู้พ้อยซอร์ส ตู้คอลัมน์อีกด้วย

MXI.6FX

ฟีเจอร์ MXi.6FX

MXi.6FX เป็นมิกเซอร์ขนาด 6 แชนแนล พ่วงวงจรดิจิตอลเอฟเฟ็กต์มาให้ด้วย แม้จะเป็นมิกเซอร์ขนาดเล็ก แต่มีฟังก์ชันพื้นฐานให้ครบครัน เรียกว่ามิกเซอร์ตัวนี้ทาง Topp Pro จัดเต็มให้เรา

MXi.6FX มีช่องเชื่อมต่อกับไมโครโฟน จำนวน 2 ช่อง หากพิจารณาด้านของหน้ามิกเซอร์ จะประกอบด้วยแชนแนลไมโครโฟน 2 ช่อง หัวปลั๊กเป็นแบบ XLR หรือเรียกว่าแบบบาลานซ์ ซึ่งมีอิมพีแดนซ์ต่ำ

บนตัวมิกเซอร์รุ่นนี้ยังมีช่องเชื่อมต่อหัวปลั๊กแบบ Phone จะมีอิมพีแดนซ์เหมาะกับการเชื่อมต่อสัญญาณ Line ทั่วไป ช่องสำหรับเชื่อมต่อด้านบนนั้น  สามารถเชื่อมต่อกับปลั๊ก/แจ็คแบบบาลานซ์หรืออันบาลานซ์ก็ได้ ถัดลงมาจะพบ LINE ก็สามารถใช้กับไมค์ที่เป็นอันบาลานซ์ได้ หรือต่อกับสัญญาณจากเครื่องดนตรี เช่น คีย์บอร์ดและเครื่องเล่นอื่นๆ

บนมิกเซอร์มี Gain สำหรับปรับแต่งระดับอัตราการขยายของสัญญาณอินพุต ทั้งจากไมค์หรืออุปกรณ์เครื่องดนตรีต่างๆ ที่เชื่อมกับตัวมิกเซอร์นั่นเอง ช่วยให้ผู้ใช้สามารถปรับระดับสัญญาณขาเข้าให้เหมาะสมต่อการใช้งาน

มิกเซอร์รุ่นนี้มีช่องสำหรับเชื่อมต่อกับสัญญาณชนิดสเตริโออีกจำนวน 2 ชุด หรือจำนวน 4 แชนแนล ประกอบด้วยช่องต่อสัญญาณแบบ Phone ตัวเมีย (3/4) แยกแชนแนลสัญญาณซีกซ้าย/ขวา ถัดมาช่อง (5/6) ก็เเช่นกันเป็นแชนแนลสัญญาณซีกซ้ายและขวา ยังชุดสเตริโอให้จำนวน 2 ชุด สำหรับต่อกับเครื่องเล่น CD/DVD/MP3 รวมถึงสัญญาณเสียงจากออดิโออินเทอร์เฟซคอมพิวเตอร์ หรือสมาร์ทโฟนและแท็ปเล็ตก็ได้

เราสามารถนำสัญญาณจากเครื่องดนตรีที่เป็นสัญญาณโมโนมาเชื่อมต่อได้ แนะนำให้ต่อที่ช่อง Mono ยกตัวอย่าง หากเป็นชุด 3/4 ให้ต่อที่ช่อง 3 และหากเป็นชุด 5/6 ให้ต่อที่ช่อง 5

ในส่วนของ Main Out จะเป็นช่องต่อแบบ Phone ชนิดบาลานซ์ L/R จะเห็นว่าไม่ได้เป็น XLR เหมือนมิกเซอร์บางรุ่นที่มักพบได้บ่อยๆ แต่ก็สามารถใช้งานได้เหมือนกัน

2-Tracks IN/OUT

สำหรับช่องเชื่อมต่อแบบ 2-Tracks ขั้วต่อจะเป็นแบบ RCA ด้านซ้ายจะระบุ IN ใช้สำหรับต่อกับเครื่องเล่นต่างๆ เช่น เครื่องเล่นดีเจ แต่จะปรับโทนเสียงอะไรไม่ได้ รับสัญญาณเข้ามาอย่างเดียว ดังนั้นหากต้องควบคุมสัญญาณขาเข้า ต้องปรับที่อุปกรณ์ต้นทาง อย่างไรก็ดี ช่องดังกล่าวนี้สามารถกดปุ่มเพื่อคุมไม่ให้สัญญาณไปออกช่อง Main ได้ กรณีต้องการให้สัญญาณออก Main ก็ให้กด แต่กรณีไม่ต้องการก็ไม่ต้องกด

2-Tracks OUT ช่องนี้ใช้สำหรับต่อสัญญาณไปภายนอก เพื่อทำการบันทึกเสียง กล่าวคือสัญญาณที่ผ่านมายังตัวมิกเซอร์จะถูกรวมไว้แล้วส่งออกไปยังภายนอกผ่านช่องสัญญาณนี้นั่นเอง โดยเป็นชุดสัญญาณเดียวกับ Main Out ของมิกเซอร์

Control Room Out

มีหน้าที่ใช้กับคอนโทรลมอนิเตอร์ กรณีการใช้งานบางประเภท เช่นแหล่งสัญญาณต่างๆ อยู่นอกห้องคอนโทรล ขณะเดียวกัน เราต้องการฟังระดับความดังเบาหรือการบาลานซ์ของเสียง หากมีการต่อมิกเซอร์กับชุดลำโพงมอนิเตอร์ที่ติดตั้งภายในห้องควบคุม เราจะสามารถฟังเสียงทั้งหมดผ่านลำโพงคู่นี้ได้ทันที

นอกจากนี้ เราสามารถประยุกต์ช่องสัญญาณ Control Room ต่อเป็นลำโพงมอนิเตอร์บนเวที หรือทำเป็นชุดตู้ไซด์ฟิลได้เช่นกัน ขึ้นอยู่กับผู้ใช้จะนำมิกเซอร์ไปใช้งานในลักษณะใด

ช่อง Aux Send

บนมิกเซอร์รุ่นนี้จะมีช่อง Aux Output เพียงชุดเดียว สำหรับหน้าที่ของ Aux Send จะใช้เป็นมอนิเตอร์สำหรับนักร้อง/นักดนตรี หรือกรณีเราต้องการดึงเสียงของเอาต์พุตบนมิกเซอร์ ไปใช้กับอุปกรณ์เอฟเฟ็กต์ข้างนอก แล้วนำสัญญาณลูปกลับมาที่ช่อง Stereo Aux Return จะมีโวลุ่มควบคุมให้ อยู่บริเวณชุด 2-Tracks Control Room

ในแต่ละ Aux จะมีโวลุ่มควบคุมแยกอิสระ ตรงนี้คือไอเดียสำหรับการเชื่อมต่อกับเอฟเฟ็กต์ภายนอก กรณีใช้เอฟเฟ็กต์บนมิกเซอร์ก็ไม่จำเป็นต้องใช้ชุด Aux Return

พาราเมตริก EQ

ทุกๆ แชนแนลจะมีพาราเมตริก EQ จำนวน 3 ชุด ประกอบด้วย High, Mid, Low สำหรับย่าน High จะปรับแต่งย่านความถี่ได้ตั้งแต่ 12kHz (+/-15dB) ส่วน Mid สามารถปรับย่านความถี่ได้ตั้งแต่ 2.5kHz (+/-12dB) และ Low จะปรับได้ตั้งแต่ 80Hz (+/-15dB)

ในส่วน EQ ของ Aux Send และภาคเอฟเฟ็กต์ สามารถปรับได้ถึง +15dB ถัดลงมาเป็น PAN และ Level

หลังเครื่อง

ด้านหลังเครื่อง จะมีช่องสำหรับต่อกับอะแดปเตอร์ AC แรงดันไฟฟ้า +18V ซึ่งแถมพร้อมกับตัวมิกเซอร์ โดยโครงสร้างตัวมิกเซอร์ผลิตด้วยวัสดุพลาสติก ABS จึงมีน้ำหนักเบา

ระหว่างการใช้งานเราจะเช็คสัญญาณขาเข้าของแต่ละแชนแนลได้ โดยเช็คผ่านหลอด LED หากสัญญาณขาเข้าแรงเกินไปไฟ LED จะกระพริบเตือนให้ทราบ จากนั้นให้เราปรับสัญญาณฝั่งอินพุต Gain ลงมา หรือจากแหล่งกำเนิดต้นทาง

ภาคดิจิตอลเอฟเฟ็กต์

สำหรับดิจิตอลเอฟเฟ็กต์ที่มากับตัวเครื่อง จะประมวลผลด้วยความละเอียด สัญญาณ 24-bit โดยมีโปรแกรมเอฟเฟ็กต์ทั้งสิ้น 100 พรีเซต (00-99) โดยแยกประเภทเอฟเฟ็กต์ตามรูปแบบการใช้งาน อาทิ ชุดเอฟเฟ็กต์ Vocal ใช้กับเสียงร้อง ชุดเอฟเฟ็กต์ Small Room, Large Hall เป็นรีเวิร์บ ตลอดจน Echo ประเภท Flanger หรือ Flanger ผสมกับ Reverb ก็มีเช่นกัน และยังมีเอฟเฟ็กต์ Plate, Chorus, Rotary, Tremolo

วิธีการใช้งานเอฟเฟ็กต์นั้นจะใช้ลูกบิดหมุนเลือกโปรแกรมพรีเซต โดยให้เลื่อนไปทีละสเต็ป จากนั้นตัวเลขของพรีเซตจะแสดงผลให้เห็นบนจอ เมื่อเลือกเอฟเฟ็กต์ที่ต้องการได้แล้ว ให้กดลูกบิดลงไป จากนั้นตัวเครื่องจะเรียกพรีเซตเอฟเฟ็กต์มาใช้งาน

สรุป

MXi.6FX เป็นอะนาล็อกมิกเซอร์ขนาด 6 แชนแนล มีฟังก์ชันพื้นฐานครบ คุณภาพเสียงดี มีเอฟเฟ็กต์ในตัวมากถึง 100 โปรแกรม ใช้งานง่าย เคลื่อนย้ายสะดวก สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้หลากหลาย ราคาย่อมเยา

มิกเซอร์รุ่นนี้เหมาะกับการนำไปใช้งานประเภทร้องคาราโอเกะ งาน OB งานเปิดเพลง ห้องซ้อมดนตรี ดูหนัง ฟังเพลง หรือใช้เป็นซับมิกของนักดนตรี มือคีย์บอร์ด มือกลองที่จำเป็นต้องเปิดเมโทรนอมในระหว่างการแสดงสดก็ได้ 

สนใจสั่งซื้อสินค้าติดต่อได้ที่:
บริษัท เอไอ-ไพศาล นครสวรรค์ จำกัด
242/9 ถ.สวรรค์วิถี ต.ปากน้ำโพ อ.เมือง จ.นครสวรรค์ 60000
tel. 056-228643, 056-228644, 087-8481213
fax. 056-228642
เว็บไซต์ : https://www.paisarn-outlet.com
e-mail : [email protected]

Read Previous

มือใหม่หัดใช้ Topp Pro DM24.8 ดิจิตอลมิกเซอร์ EP.03

Read Next

SOHO V8/S12 ลำโพงคอลัมน์ Topp Pro กำลัง 2800W