Topp Pro DM-24.8 ดิจิตอลมิกเซอร์ – Review

banner toppro DM 24.8 200x628 3 copy


สำหรับฟังก์ชัน Gate ภายในจอจะแสดงกราฟของ Gate ให้เห็น รวมถึงปุ่มพารามิเตอร์ของ Gate เช่น ปุ่ม Threshold, Attack และ Release ส่วนด้านล่างจะมีปุ่ม Load, Copy, Save, Select Channel ซึ่งปุ่มต่างๆ เหล่านี้สามารถแตะใช้งานบนจอโดยตรง หรือกดปุ่ม Up/Down/Left/Right ที่อยู่ด้านข้างลูกบิด Parameter Adjust ได้อีกด้วย

ฟังก์ชันที่โดดเด่น

ฟังก์ชัน Digital In/Out จะใช้ได้ในกรณีติดตั้งการ์ดออปชันเสริมต่างหาก ซึ่งจะทำให้มิกเซอร์สามารถบันทึกเสียงได้ ปุ่ม Comp เป็นฟังก์ชัน Compressor ซึ่งประกอบด้วยพารามิเตอร์สำคัญ อาทิ Threshold, Attack, Release, Comp Ratio และ Comp Gain ส่วนด้านล่างมีปุ่ม Load, Copy, Save และ Select Channel การทำงานจะคล้ายกับแอนาลอก

บริเวณปุ่มสวิตซ์ใช้งานฟังก์ชัน S Clear, M Clear, Stereo Link และ ฯลฯ


ปุ่ม Automix เป็นฟังก์ชัน Automix ซึ่งในจอจะแสดงแชนเนลต่างๆ เพื่อให้ผู้ใช้กำหนดว่าจะให้แชนเนลใดใช้งานฟังก์ชันนี้ ปุ่ม Channel จะใช้แสดงหน้าจอภาพรวมของมิกเซอร์ทั้งหมด เป็นฟังก์ชันเดียวกับปุ่ม C Strip ที่อยู่ในจอ หรือเรียกเต็มๆ ว่า Channel Strip ผู้ใช้สามารถใช้งานพวกฟังก์ชัน Invert phase, Delay, Link, On/Off EQ, Flat EQ และ Compressor On/Off

ปุ่มต่างๆ ที่อยู่เหนือก้านสไลด์เฟดเดอร์ จาก S Clear ไปทางปุ่ม Solo หากกดปุ่ม S Clear ให้เป็นสถานะ Off จะเป็นการปลดสถานะ Solo ในทุกๆ แชนเนล ส่วนปุ่ม M Clear จะทำหน้าที่เคลียร์การ Mute ของทุกๆ แชนเนล ระหว่างนี้เครื่องจะให้ยืนยันการเคลียร์ ซึ่งผู้ใช้จะต้องกดปุ่ม Yes ผ่านจอเท่านั้นเอง ปุ่ม Stereo Link เช่นการ Link แชนเนล 1+2, 3+4 ระบบจะไม่ลิงค์ในลักษณะ 2+3 หรือ 4+5 ข้อดีระบบจะลิงค์ทุกอย่างให้เหมือนกันทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นค่า Gate, Pan

แนวทางการใช้งานฟังก์ชัน

สำหรับค่าพารามิเตอร์ต่างๆ หากผู้ใช้ปรับค่าต่างๆ ในแชนเนลหนึ่ง เมื่อมีการสั่งให้ลิงค์แชนเนลที่ถูกลิงค์จะโคลนสถานะทุกอย่างไปด้วยกันทันที ข้อควรระวังในการลิงค์แชนเนลนั้น ไม่ควร Pan ซ้าย/ขวาไว้ ตัวอย่าง แชนเนล 1 ตั้ง Pan ไว้ซ้าย หากต้องการลิงค์เป็นสเตริโอโหมด เมื่อสั่งให้ลิงค์ค่า Pan ของแชนเนล 2 ที่ถูกลิงค์จะกลายเป็นซ้ายเหมือนกัน

คำแนะนำหากต้องการให้เป็นโหมดสเตริโอ ให้ตั้งค่า Pan ของแชนเนลที่ 1 ไว้ตำแหน่ง Center หรือตรงกลาง เมื่อมีการลิงค์แชนเนลที่ 2 ระบบจะ Pan แชนเนล 1 เป็นซ้ายและแชนเนล 2 เป็นขวาให้อัตโนมัติ ปุ่ม Name สามารถใช้เปลี่ยนชื่อของแชนเนลต่างๆ ได้ ผู้ใช้สามารถเปลี่ยนชื่อแต่ละแชนเนลให้ตรงกับสัญญาณอินพุตที่รับเข้ามา เช่น Kick, Snare, Guitar, Bass เป็นต้น

สวิตซ์ฟังก์ชัน Copy, Load, Save และ Up, Down, Left, Right รายล้อมใกล้ลูกบิด Parameter Adjust


ปุ่ม 1-12 จะเป็นปุ่มเรียก Layer ที่ 1 ซึ่งจะเป็นการเรียกแชนเนล 1-12 มาใช้งาน ส่วนปุ่ม 13-24 เป็นปุ่มเรียก Layer ที่ 2 เป็นการเรียกแชนเนล 13-24 ด้านล่างจะเป็นปุ่ม Send on Faders จะทำงานกับ Aux 1-8 และ FX1-2

ตัวอย่างการใช้งาน กรณีต้องการโยนแชนเนลใดๆ ไปออกที่ Aux เมื่อกดปุ่ม Send on Faders แล้ว ให้กด Select Aux ใดๆ ที่ต้องการส่งสัญญาณของแชนเนลต่างๆ ไปยัง Aux เหล่านั้น หรือกรณีต้องการส่งไปที่ FX ก็ให้กดที่ FX1 ซึ่งระบบเอฟเฟ็กต์จะเป็น Post Effect ทั้งหมด กรณีต้องการส่งสัญญาณแชนเนลไปที่ FX1 แค่เลื่อนก้านสไลด์เฟดเดอร์ของแชนเนลนั้นๆ ขึ้นไป

เอฟเฟ็กต์ของมิกเซอร์รุ่นนี้มีจำนวน 2 Rack กรณีผู้ใช้โยนไปที่ FX1 โปรแกรมเสียงจาก FX1 จะเป็นเสียงเดียวกันทุกแชนเนล หรือโยนไปที่ FX2 ก็จะได้โปรแกรมเสียงเดียวกันทุกแชนเนลที่ส่งไป

ซ้ายมือสุดของคอนโซล มีปุ่ม 1-12, 13-24 ใช้เรียกสลับ Layer ของแชนเนลมิกเซอร์


สิ่งสำคัญของ Master ของ Aux มันจะมีคำว่า Level Aux กับ Leve FX 1-2 ปุ่มนี้จะอยู่ด้านล่างปุ่ม Talkback ฝั่งเฟดเดอร์ Master ในการใช้งานนั้น เราต้องกำหนดว่าเราควรตั้งไว้ที่ Master เท่าไหร่ เช่นตั้งไว้ที่ -5dB แม้เราโยน Send ออกมา หากไม่มีการใส่ Master สัญญาณเอาท์พุตของ Aux จะไม่ออก ซึ่งจะใส่ได้ Aux 1-8 กรณีต้องการโยน Aux 1-8 เมื่อมีการ Send เสียงมันจะออกไปตามที่ต้องการ

DCA ของมิกเซอร์ตัวนี้เป็น DCA Group โรงงานจะตั้งค่า Master ไว้แล้ว จาก 1-12 ที่ระดับ 0dB ทั้งนี้อยู่ที่เราจะโยนแชนเนลต่างๆ ไปที่ DCA ไหน หากเทียบกับระบบแอนาลอกก็คือ Subgroup ในระบบดิจิตอลก็คือ DCA

ปุ่ม RTA เมื่อกดปุ่มนี้ หน้าจอจะแสดงกราฟให้เห็น เป็นการแสดงลักษณะกราฟของสัญญาณที่ป้อนเข้ามา ตัว GEQ เป็นฟังก์ชันกราฟิก EQ ซึ่งจะทำงานฝั่ง Aux และ Main Output ปุ่ม Select Main จะใช้จัดการเฉพาะภาค Main Output ผู้ใช้สามารถใช้ PEQ, GEQ และ Compressor

ปุ่มรอบๆ ลูกบิด Parameter Adjust มีอยู่ด้วยกันหลายปุ่ม เริ่มจากปุ่ม Copy มีไว้เพื่อใช้ Copy ค่าพารามิเตอร์แชนเนลหนึ่งไปอีกแชนเนลหนึ่ง ซึ่งจะช่วยประหยัดเวลาปรับแต่งค่าต่างๆ โดยเฉพาะในกรณีที่ผู้ใช้ต้องการให้แชนเนลอื่นมีค่าต่างๆ เหมือนกัน อีกปุ่ม Load/Save ใช้กรณีต้องการ Load หรือ Save Preset ค่า DSP Channel, GEQ, DFX หรือ Scene

ด้านบนฝั่งขวามือจะมีลูกบิด Control Room และ Phones ในรุ่นก่อนหน้าตำแหน่งต่อหูฟังจะอยู่บนตัวมิกเซอร์ แต่รุ่นนี้จะอยู่ด้านล่าง แนะนำให้ใช้เป็นขั้วแบบ 90 องศา

สำรวจด้านหลังมิกเซอร์

ด้านหลังเครื่อง ฝั่งซ้ายมือสุดจะเห็นสวิตซ์ On/Off ใช้เปิดปิดเครื่อง พร้อมช่องต่อปลั๊กไฟ AC มีช่อง USB ใช้สำหรับเพลย์แบ็กหรือบันทึกเสียง 2-Tracks มีช่องต่อกับลำโพงคอนโทรลหรือมอนิเตอร์ของมือมิกซ์ ส่วน Main Output จะมีให้เลือก 2 รูปแบบคือแบบ Phone และ XLR ยังมีช่อง USB สำหรับอัพเดตเฟิร์มแวร์ และเชื่อมต่อเพื่อควบคุมผ่านคอมพิวเตอร์ โดยใช้ซอฟต์แวร์เฉพาะของ DM24.8

ด้านหลังของเครื่อง มีช่องเชื่อมต่อทั้ง XLR, TRS, USB, Ethernet และสวิตซ์เปิด/ปิดเครื่อง


สำหรับช่อง Ethernet ใช้เชื่อมต่อกับเราท์เตอร์กรณีต้องการควบคุมผ่าน iPad ปัจจุบันใช้งานได้เฉพาะ iOS เท่านั้น ส่วนช่องเสียบการ์ดออปชัน สามารถใช้ติดตั้งการ์ด Dante หรือการ์ด USB สำหรับบันทึกเสียงแบบมัลติแทร็ก ส่วน I/O ฝั่งอินพุตจะมี XLR ตัวเมีย เป็น Low Impedance และ High Impedance มีทั้งหมด  24 แชนเนล และ Aux Output มีให้เลือกทั้งแบบ Phone และ XLR สังเกตว่ามิกเซอร์รุ่นนี้ไม่มี Subgroup Output เพราะฟังก์ชันนี้ถูกตัดออกไป

สรุป

DM-24.8 เป็นดิจิตอลมิกเซอร์อีกตัวหนึ่งที่น่าใช้งาน เพราะมีฟังก์ชันพื้นฐานมาให้ครบถ้วน หากพิจารณาคุณสมบัติต่างๆ ของคอนโซลมิกเซอร์รุ่นนี้ ถือว่าออกแบบได้มาตรฐานเหมือนดิจิตอลมิกเซอร์ทั่วไป จึงทำให้ผู้ใช้สามารถเรียนรู้การใช้งานได้อย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ดี มิกเซอร์รุ่นนี้จัดว่าเป็นดิจิตอลมิกเซอร์ขนาด 24 แชนเนล ที่มีราคาต่ำที่สุดในท้องตลาดตัวหนึ่งก็ว่าได้ หากใครต้องการดิจิตอลมิกเซอร์คุณภาพ ในราคาประหยัด ขอแนะนำดิจิตอลมิกเซอร์ Topp Pro DM-24.8

สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ :
บริษัท นัฐพงษ์ เซลส์แอนด์เซอร์วิส จำกัด

สำนักงานใหญ่บ้านหม้อ โทร 0-2225-0094
สาขาเซียร์รังสิต โทร 0-2992-7379
สาขาศาลายา โทร 0-2889-5496

หากสนใจสั่งซื้อสินค้าสามารถแวะเยี่ยมชมได้ทางเว็ปไซต์ www.mynpe.com และผ่านทาง Fanpage ของบริษัทได้ที่ www.facebook.com/mynpethailand หรือจะเข้ามา Follow twitter, Instagram, [email protected] ของบริษัทก็ได้เช่นกันที่ @myNPEThailand ตามช่องทางที่สะดวก

Read Previous

Alto TROUPER ลำโพงคอมแพ็ค PA – Review

Read Next

Meyer Sound – Slim System ลำโพงรุ่นใหม่