fbpx
  • 05/29/2020

JBL VRX900 Series ลำโพงไลน์อาร์เรย์

VRX900 Series มาพร้อมเทคโนโลยีสุดล้ำ ถอดแบบจาก JBL Vertec รุ่นใหญ่ ให้โทนเสียงระดับไฮ-เอ็นด์ กำลังขับ 3200W ความดัง 95-136dB SPL ตอบโจทย์ทั้งงานติดตั้งถาวรและทัวริ่ง

RT60

VRX900 Series เป็นคอมแพ็คไลน์อาร์เรย์ หรือลำโพงไลน์อาร์เรย์ขนาดกะทัดรัด มาพร้อมกับเพาเวอร์แอมป์ (รุ่นแอคตีฟ) สามารถตอบสนองในเรื่องความชัดเจนของเสียง และมีความยืดหยุ่นในการออกแบบระบบ ด้วยรูปทรงที่แปลกตา

vrx900-02

สำหรับผลิตภัณฑ์ของ JBL ล้วนมีตำนานอันน่าทึ่ง และลำโพง Series นี้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลายขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่กำลังมองหาระบบเสียงในระดับมืออาชีพในสเกลไม่ใหญ่เกินไป

ลำโพงซีรี่ส์นี้เหมาะกับบริษัทเครื่องเช่าและงานติดตั้งถาวร และยังเหมาะกับงานเล่นดนตรีสด ผับเธค หอประชุมองค์กรต่างๆ ที่ต้องการลำโพงไลน์อาร์เรย์ที่มีประสิทธิภาพระดับไฮเอ็นด์ในรูปแบบกะทัดรัด ด้วยขนาด 8 นิ้ว และ 12 นิ้ว มีเพาเวอร์แอมป์ในตัวที่เป็นแอคตีฟ และไม่มีแอมป์ในตัวแบบพาสซีฟ VRX900 Series ถือเป็นลำโพงอีกรุ่นที่ราคาไม่สูง ประยุกต์ใช้งานได้หลากหลาย ครอบคลุมงานเกือบทุกประเภท

vrx900_art01

VRX900 ได้นำเทคโนโลยีและวัสดุสำคัญของลำโพงไลน์อาร์เรย์จาก JBL VERTEC โดยย่อส่วนให้มีขนาดเล็กกะทัดรัดลง ดังนั้นลำโพง Series นี้ จึงเหมาะสำหรับใช้ในสถานที่ขนาดเล็ก และขนาดกลาง แม้ตัวบอดี้ตู้จะมีขนาดเล็กเมื่อเทียบกับรุ่นอื่นๆ ของ JBL

แต่นั่นก็ได้รับการออกแบบและผลิตด้วยมาตรฐานสูงเช่นเดียวกับรุ่นใหญ่ โดยภายในตู้ลำโพงได้เลือกใช้ไดรเวอร์เกรดขั้นสูงที่ตอบโจทย์งานคอนเสิร์ตได้ VRX900 Series มีความพิเศษในเรื่องให้ความคมชัดของเสียง มีความยืดหยุ่น และแน่นอนว่าเสียงของ JBL เป็นที่ยอมรับในระดับโลก ภายใต้ชุดลำโพงที่น่าดึงดูดและจัดการง่าย ในราคาไม่แพง

CONSTANT CURVATURE ARRAY

vrx900series_constantcurvature
VRX900 | ด้วยนวัตกรรมการออกแบบ Constant Curvature Array ของ JBL


ความท้าทายในการออกแบบลำโพงไลน์อาร์เรย์ระดับโลกนั้น สิ่งสำคัญมักเป็นเรื่องของการควบคุมความถี่ในระยะไกลให้คงที่ และเรื่องแพทเทิร์นการกระจายเสียง โดยไม่ได้คำนึงถึงจำนวนตู้ที่ใช้ในพวงเหล่านั้น ผ่านกระบวนการออกที่ชื่อว่า Constant Curvature Array ของ JBL ซึ่งให้ความสำคัญกับการควบคุมความถี่และมุมกระจายเสียง และพวกเขายังทำอย่างอื่นมากมาย

เป็นต้นว่ามีการออกแบบ Waveguide สำหรับ VRX โดยเฉพาะ ให้สามารถติดคอมเพรสชันไดรเวอร์ 3 ตัว ด้วยโจทย์ที่ว่า ผู้รับฟังจะต้องได้ยินเสียงเสมือนหนึ่งว่าเป็นเสียงของไดรเวอร์เพียงตัวเดียว แม้ว่าภายใน Waveguide จะติดไดรเวอร์ถึง 3 ตัวก็ตาม ข้อดีของการติดไดรเวอร์จำนวนมากนั้นจะได้พลังงานที่มากขึ้น ขณะเดียวกันต้องจัดการเอาต์พุตให้มีประสิทธิภาพด้วยอะคูสติกของท่อนำเสียงอีกด้วย

แต่เมื่อนำผลมาเปรียบเทียบระหว่างการติดไดรเวอร์ตัวเดียวบน Waveguide แล้ว จะเห็นว่ามันมีความซับซ้อนกว่า เมื่อไดรเวอร์ทุกตัวทำงานสอดประสานกันผ่านท่อนำเสียงหรือ Waveguide ที่มีท่อยาวๆ แล้ว มันจะสร้างความราบรื่นของเสียงได้ดีกว่า ซึ่งเทคโนโลยีนี้ให้ผลลัพธ์ในแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน และจะได้คุณภาพเสียงของความถี่สูงที่ชัดเจนไม่ว่าระยะการฟังอยู่ตำแหน่งใดก็ตาม และนี่เป็นสิ่งที่ผู้ผลิตลำโพงไลน์อาร์เรย์ทุกแบรนด์ต่างแสวงหา

vrx900series_rigging
การออกแบบระบบชุดแขวนที่แตกต่าง


ลำโพงไลน์อาร์เรย์ที่ดีควรให้เสียงครอบคลุมสถานที่เหล่านั้น ให้เสียงที่สมูธทุกย่านความถี่ และให้ความดังอย่างสม่ำเสมอ สิ่งเหล่านี้ถือเป็นกุญแจสู่ความสำเร็จของผู้ผลิตลำโพงทุกแบรนด์ก็ว่าได้ อย่างไรก็ดี VRX ได้ทำสิ่งเหล่านี้สำเร็จ โดย JBL มีระบบควบคุมเอาต์พุตย่านความถี่สูงในแต่ละส่วน

รวมถึง VRX ยังควบคุมความดังของแต่ละความถี่ให้ลดหรือเพิ่มขึ้นได้อีกด้วย เพื่อให้ผู้ฟังในพื้นที่ระยะไกล เช่นพื้นที่ด้านหลังสุดของชั้นระเบียง (Balcony) ซึ่งปกติมักจะไม่ค่อยได้ยินเสียงที่ชัดเจนนัก เมื่อเทียบกับการรับฟังในตำแหน่งอื่นๆ เช่นแถวด้านหน้า อย่างไรก็ดี VRX สามารถปรับจูนระบบให้ทุกระยะการฟังได้ยินเสียงครอบคลุมทั่วบริเวณพื้นที่ติดตั้งระบบได้แบบไร้รอยต่อ

DIFFERENTIAL DRIVE® WOOFERS

vrx900series_differentialdrive
ไดรเวอร์ออกแบบด้วยเทคโนโลยี Differential Drive


ในแวดวงของคนทำงานด้านระบบเสียงกลางแจ้ง มักต้องการระบบที่มีกำลังสูง แต่ว่าต้องมีน้ำหนักเบา นี่เป็นสิ่งที่เรียกร้องกันมาโดยตลอด JBL จึงได้ออกแบบไดรเวอร์ให้มีน้ำหนักเบากว่า สิ่งที่ได้กลับมาคือพลังงานที่ได้จากตัวไดรเวอร์นั้นมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับน้ำหนักที่ลดลง JBL เลือกใช้แม่เหล็กนีโอไดเมียมข้อดีคือมีน้ำเบากว่ามาก ภายในจะมีว้อยซ์คอยล์ของแต่ละไดรเวอร์ และนี่เป็นคุณสมบัติสำคัญของลำโพง JBL โดยได้จดสิทธิบัตรชื่อ Differential Drive เป็นการลดขนาดแผ่น plates ของไดรเวอร์ลงได้

เมื่อเทียบกับว้อยซ์คอยล์ลำโพงทั่วไป ในการออกแบบว้อยซ์คอยล์ของ VRX ถือว่ามีเอกลักษณ์เฉพาะ สามารถให้พลังงานที่ดีขึ้น เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพของไดรเวอร์แต่ละตัวให้ถึงขีดสุด พร้อมกันนี้ยังมีชุดระบายความร้อนในตัว ช่วยให้มั่นใจในการใช้งาน ทั้งในเรื่องปลอดภัยและความน่าเชื่อถือ โดยรวมแล้ว VRX มีน้ำหนักเบา แต่ให้กำลังสูง มีดิสตอร์ชันต่ำ และมีการบีบอัดพลังต่ำเมื่อเทียบกับระบบอื่น

POWERED BY CROWN®

vrx900series_crownamp
ภาคขยายออกแบบโดย Crown


VRX ใช้ภาคขยายที่ออกแบบโดย Crown ซึ่งชื่อชั้นของ Crown ถือเป็นผู้ผลิตเพาเวอร์แอมป์ชั้นนำระดับโลกมานาน โดยรุ่นที่ออกแบบสำหรับ VRX นั้นมีน้ำหนักเบา ให้กำลังสูง นั่นคือวงจรขยาย Class-D เป็นวงจรดิจิตอล DBT (Dual-Bridged Technology™) ชื่อว่า  JBL DrivePack® DPC-2 ซึ่งจ่ายพลังงานให้กับไดรเวอร์ Differential Drive ของ JBL ได้อย่างลงตัว

นอกจากนั้น DPC-2 ยังได้นำเอาระบบ Crown BCA™ (Balanced Current Amplification) ที่มีอยู่ในวงจรแอมป์ Class-I ของ Crown อีกด้วย ช่วยปรับปรุงเรื่องอุณหภูมิให้มีประสิทธิภาพมากกว่าระบบระบายความร้อนแบบพัดลม พร้อมกันนี้ยังมี DSP ที่ฝังมาในบอร์ดสำหรับการควบคุมระบบให้มีประสิทธิภาพ รวมถึงการป้องกันความเสียหายของระบบ และการปรับจูนลำโพงทั้งการทำ optimization, equalization ของ VRX932LAP ได้สะดวกยิ่งขึ้น

VRX932LAP

เป็นลำโพงไลน์อาร์เรย์แอคตีฟ แบบ 2 ทาง ขนาดไดรเวอร์ 12 นิ้ว จำนวน 1 ดอก รองรับการติดตั้งได้ถึงพวงละ 5 ใบ ไอเดียของ VRX ออกแบบมาเพื่อใช้ในงานที่มีระยะการฟังไม่ไกลนัก เมื่อเทียบกับระบบ long-throw ของไลน์อาร์เรย์รุ่นใหญ่ เพราะ VRX จะเน้นเรื่องความง่ายและความรวดเร็วในการติดตั้งมากกว่า

ภายในมีดอกเสียงแหลมรุ่น 2408J จำนวน 3 ดอกอยู่ใน Waveguide เดียวกัน ด้วยเทคโนโลยี Constant Curvature ให้กำลังขับสูงสุด 1750-Watts หรือ 875-Watts Continuous ตอบสนองความถี่ 57Hz-20kHz ให้ความดัง 136dB SPL มุมกระจายเสียง 100×15 องศา มี DSP ในตัว น้ำหนัก 24kg.

VRX918SP

เป็นตุ้ซับวูเฟอร์แอคตีฟแบบแขวน ขนาด 18 นิ้ว จำนวน 1 ดอก ใช้ไดรเวอร์รุ่น 2268FF แม่เหล็กแบบนีโอไดเมียม สำหรับ VRX918SP ถูกออกแบบมาเพื่อใช้งานร่วมกับ VRX932LAP การติดตั้งตู้ซับสามารถทำได้ 2 แบบคือแขวนและวางบนพื้น ภายในวงจรภาคขยาย JBL Drivepack® DPC-2 ออกแบบโดย Crown กำลัง 1500-Watts มี DSP ในตัว ตู้มีพอร์ตลมขนาดใหญ่ลดการเกิดดิสตอร์ชันได้ดี ตอบสนองความถี่ 31Hz-220Hz ให้ความดังสูงสุด 126dB SPL น้ำหนักตู้ประมาณ 38kg.

VRX932LA-1

เป็นตู้ลำโพงไลน์อาร์เรย์ 2 ทางแบบพาสชีฟ ขนาดไดรเวอร์ 12 นิ้ว รุ่น JBL 2262H เป็นตู้พาสซีฟ สามารถออกแบบติดตั้งพวงเดียวได้ถึง 6 ใบ ใช้ไดรเวอร์เป็นแม่เหล็กนีโอไดเมียมด้วยเทคโนโลยี Differential Drive®  ภายในมีไดรเวอร์เสียงแหลม 3 ดอก รุ่น 2408J ประกบ กับ Waveguide มีชุดแขวนที่ปรับองศาได้ สามารถติดตั้งในลักษณะตู้พ้อยต์ซอร์สกลางแหลมทั่วไป รองรับกำลังวัตต์ 800W-3200W ตอบสนองความถี่ 57Hz-20kHz มุมกระจายเสียง 100×15 องศา ให้ความดังสูงสุด 95dB-132dB SPL (ขึ้นอยู่กับการทำโหมด Crossover) รองรับโหมดครอสโอเวอร์แบบ Bi-amp / passive, externally switchable น้ำหนัก 21kg.

VRX918S

เป็นตู้ลำโพงซับวูเฟอร์พาสชีฟ ขนาดไดรเวอร์ 18 นิ้ว รุ่น 2268H แม่เหล็กนีโอไดเมียม ตอบสนองย่านความถี่ต่ำได้ดี ใช้ติดตั้งแบบวางพื้นและแขวนได้ มีพอร์ตขนาดใหญ่ช่วยลดปัญหาดิสตอร์ชันได้ รองรับกำลังวัตต์ 800W – 3200W ตอบสนองความถี่ 31Hz-220Hz แนะนำให้ตัดครอสฯ ที่ 80Hz 24dB/Octave ให้ความดังสูงสุด 95dB-130dB SPL อิมพีแดนซ์ 8 Ohms น้ำหนักราว 37kg.

รูปลักษณ์ภายนอก

เมื่อสำรวจภายนอกตู้ลำโพงในรุ่น VRX932LAP และ VRX932LA-1 มีหน้าตาและขนาดเท่ากัน ต่างกันเพียงแค่รุ่นมีแอมป์ในตัวกับไม่มีแอมป์ในตัวเท่านั้น Active ด้านหน้าตู้เฉพาะส่วนที่ติดดอกลำโพง 12 นิ้ว มีตะแกรงปิดหน้าตู้ ตรงกลางมีโลโก้ JBL ขนาดใหญ่ มองเห็นเด่นชัด

ส่วนฝั่งซ้ายมือเป็นตำแหน่งของ ช่อง Waveguide ของตู้ลำโพง ด้านข้างตู้จะมีที่ยึดสำหรับชุดแขวน ซึ่งใช้ร่วมกับเฟรมเฉพาะคือ VRX-AF Array Frame ด้านของ VRX932LAP จะช่องเชื่อมต่อแบบต่างๆ หากไล่เรียงจากฝั่งขวามือไปซ้ายมือ สวิตซ์ที่อยู่ในส่วนของ HF OUTPUT LEVEL ใช้เลือกพรีเซต DSP ที่ต้องการ ช่วยปรับแต่งในเรื่องของ Tonal balance ของระบบ

ถัดลงมาเป็น ATTENUATION ใช้ปรับ input sensitivity ของสัญญาณ ด้านล่างเป็น INDICATORS (PEAK, SIG, PWR)บอกสถานะการทำงานของระบบในขณะนั้น ส่วนที่เป็น CONNECTORS จะมี Audio In, Audio Out และช่องเสียบไฟบ้าน AC Loop Output, AC Line Input สวิตซ์ด้านข้างใช้เลือกแรงดันไฟฟ้า ระหว่างช่วง 100-120V และ 220-240V และสวิตซ์ RESET ใช้รีเซตเบรคเกอร์

VRX900-reference case
VTX-V20 และ VRX-932LA ถูกติดตั้งภายใน Nongnooch Convention โดย มหาจักรฯ


VRX932LA-1 ด้านหลังของตู้ลำโพงรุ่นนี้ จะมีชุดคอนฟิกตู้ลำโพงของแต่ละใบเพื่อให้เหมาะกับการติดตั้งในสถานที่เหล่านั้น หรือชุด ARRAY CONFIGURATION SELECTOR มีให้เลือก 3 โหมดคือ Short Throw (-3 dB), Medium Throw (0 dB), Long Throw (+3 dB) เช่นออกแบบลำโพงหนึ่งพวงแขวน 3 ใบ ใบล่างสุดควรปรับเป็น Short Throw ใบตรงกลางควรปรับเป็น Medium Throw และใบบนสุดควรปรับเป็น Long Throw ทั้งนี้ก็เพื่อให้ระดับความดังของเสียงทั้งพวงนั้นมีความลีเนียร์ใกล้เคียงกันทุกตำแหน่งการฟัง

VRX918SP และ VRX918S ภายนอกมีลักษณะเหมือนกัน ด้านหน้าเป็นตะแกรง ตรงกลางเห็นโลโก้ JBL เด่น ด้านข้างตู้จะมีหูจับ และตำแหน่งยึดกับชุดแขวน ส่วนด้านตู้ VRX918SP จะคล้ายกับ VRX932LAP และด้านหลังของ VRX918S จะมีช่องเชื่อมต่อ 2 ช่อง คือช่อง IN และ THRU และยังมีสวิตซ์เลือกรูปแบบการเชื่อมต่อของ Speak-on คือ NL4 +/-1, NL4 +/-2

สรุป

VRX900 Series ถือเป็นลำโพงไลน์อาร์เรย์ขนาดกะทัดรัด ไม่ว่าจะเป็นรุ่น VRX932LAP (แอคตีฟ), VRX932LA-1 (พาสซีฟ) รวมทั้งตู้ซับวูเฟอร์ VRX918SP (แอคตีฟ), VRX918S (พาสซีฟ) ทุกรุ่นให้เสียงเคลียร์คมชัด ตอบสนองความถี่ต่างๆ ในทุกระยะการฟัง ใช้งานง่าย ติดตั้งเร็ว มีให้เลือกใช้ทั้งแบบแอคตีฟและพาสซีฟ เหมาะกับสถานที่ขนาดเล็ก และขนาดกลาง ไม่ว่าจะเป็นในผับ ห้องประชุมองค์กร ห้องเล็คเชอร์ในสถานบันการศึกษา หรืองานอีเว้นต์ที่ต้องการคุณภาพเสียงระดับพรีเมียม ภายใต้งบประมาณที่เป็นมิตรกับทุกฝ่าย

vrx900-01

บทความที่เกี่ยวข้อง :
Review | JBL – VTX A8 Compact Line Array
ลำโพง JBL SRX800 Series

สนใจสินค้าสามารถสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับสินค้าได้ที่:
บริษัท มหาจักรดีเวลอปเมนท์ จำกัด
โทร. 02-2560020
Website: www.mahajak.com
Youtube : Mahajak Channel
Line : @MahajakPro

Read Previous

ลำโพง JBL SRX800 Series

Read Next

Soundcraft Ui12 & Ui16 (ตอนที่ 1)